[SF] ... ^^ WHY ^^ ... [[ are we still friends ]] ... Jin^Me ... [[ END ]]
posted on 07 Sep 2008 00:35 by punky-girlz in SFFiction : Why [are we still friend]
Cast : Jin * Me
Author : assassin
Chapter : END
หลังจากการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายเอสเสร็จสิ้น นักเรียนที่เรียนจบมาจากโรงเรียนมัธยมต้นจากหลายโรงเรียนต่างก็พากันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่การสอบเข้านั้นเสร็จสิ้นลงเสียที พวกเขาทุกคนค่อย ๆ ทยอยลุกจากเก้าอี้แล้วเดินมาส่งกระดาษคำตอบให้กับครูผู้คุมสอบที่ประจำที่อยู่หน้าห้อง
เช่นเดียวกับคนอื่น คาเมนาชิ คาซึยะ เด็กชายรูปร่างผอมบางกว่าเด็กผู้ชายรุ่นเดียวกัน ผิวขาวเนียนละเอียดพร้อมทั้งใบหน้าเรียวสวยหวานไม่ต่างจากผู้หญิง ... เขาเดินต่อแถวแล้วส่งกระดาษคำตอบให้กับครูหน้าชั้นเช่นเดียวกัน
โรงเรียนมัธยมแห่งนี้มีชื่อเสียงและขนาดใหญ่โต คงไม่แปลกนักหากจะมีเด็กนักเรียนมากมายแก่งแย่งกันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ตัวเขาเองนั้นไม่ได้อัจฉริยะกว่าใคร แต่ระดับความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาตามหลักสูตรเหมือนคนอื่น ๆ ก็น่าคิดที่จะลองซักตั้งกับที่แห่งนี้
โดยปกติแล้วเขาเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ ยิ่งในเวลาใกล้สอบในช่วงสำคัญ ๆ แบบนี้ยิ่งไม่แตะต้องแม้แต่สันปก แต่ทุกครั้งเขามักจะสอบผ่านอย่างเฉียดฉิว แต่การสอบแข่งขันแบบนี้นั้น ... มันก็ไม่แน่เหมือนกัน ถ้าติดขึ้นมาคงนั่งหัวเราะตัวเองทั้งวัน
“อ๊ะ !” ร่างเล็กบอบบางที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่นั้นก็ปะทะเข้ากับเด็กผู้ชายร่างสูงตัวโตซึ่งคาดว่าจะเป็นคนหนึ่งของเด็กนักเรียนหลาย ๆ คนที่มาสอบเข้า
“อ๋า ... นายเป็นอะไรหรือเปล่า” มือใหญ่ ๆ ของชายดังกล่าวรีบคว้าท่อนแขนบางของคาซึยะเอาไว้เกรงว่าจะล้ม
“ไม่ .. ขอโทษนะ” คาซึยะดึงกระเป๋าขึ้นมาสะพายไว้ที่ไหล่แล้วจ้องมองเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายของเขาอย่างพิจารณา
เขาเป็นเด็กผู้ชายที่มีผิวขาว .... เรียวหน้าหล่อคมที่จ้องอยู่นั้นกำลังคลี่ยิ้มออกมา ริมฝีปากอิ่มมีสีแดงสดแต้มไว้ จุดสีดำที่หางตาด้านขวานั้นดูมีเสน่ห์เสียจนไม่อยากละสายตาออกมา
“เอ๊ะ ? ... นายมาจากโรงเรียนเอเหรอ มีแต่เด็กหัวกะทิทั้งนั้นเลยนี่นา” คาซึยะเผลอถามออกมาเมื่อสังเกตเห็นตราโรงเรียนที่ติดอยู่บนหน้าอกเสื้อนักเรียนของคนร่างสูง
“อื้ม ... ฉันอคานิชิ จินนะ เรียกฉันว่าจินสั้น ๆ ก็ได้ ไม่ถือหรอก ... แล้วนาย ??”
“คาเมนาชิ คาซึยะ จะเป็นการดีถ้าจะไม่เรียกฉันว่าเต่า ... จินมาสอบที่นี่ด้วยหรอ .. ดีจังนะ” ถ้าหากคน ๆ นี้มาสอบแข่ง คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายังไงเสียก็ต้องสอบติดอยู่แล้ว เด็กนักเรียนจากมัธยมต้นเอ เลื่องลือทางด้านความรู้ที่เก่งกาจ ... ตัวเขาล่ะ จะเอาความรู้ตรงไหนไปสู้ ??
“อื้อ ฉันอยากเข้าที่นี่มานานแล้วหล่ะ นายก็มาสอบเหมือนกันใช่มั๊ย คาซึยะ ?” ร่างสูงของจินหันมาถามเมื่อเขาทั้งคู่เริ่มออกเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน ... เช่นเดียวกับนักเรียนคนอื่น ๆ ที่กรูกันเดินออกมาจากห้องสอบของตน
“ก็ ... ลองดูหล่ะนะ จริง ๆ แล้วฉันไม่มั่นใจนักหรอก มันอาจจะไม่ติดก็ได้” เขาบอกออกไปตามความในใจที่รู้สึก ยิ่งเห็นคนอย่างจินมาเดินอยู่ใกล้ ๆ แล้ว ... ความมั่นใจยิ่งลดน้อยลง
“แต่นายก็มีโอกาสติดเหมือนคนอื่น ๆ นี่นา อย่าเพิ่งถอดใจสิ”
“ฉันรู้ว่าตัวเองมีขีดจำกัดแค่ไหนหรอกน่ะ ... ยังไงก็ ขอให้นายโชคดีแล้วกันนะ” คาซึยะตบบ่าคนตัวโตให้กำลังใจ ถึงแม้ว่าผลของตัวเองจะออกมาเป็นอย่างไร เขาก็เตรียมใจไว้แล้ว คิดเสียว่ามาสอบเล่น ๆ ในช่วงปิดเทอมที่แสนจะว่างก็แล้วกัน
“หือ .. ดูมั่นใจเหลือเกินนะว่าจะไม่ติดน่ะ” เด็กอัจฉริยะกล่าวอย่างล้อเลียน
“แน่หล่ะ ... มั่นใจสุดซึ้ง ฉันต้องไปแล้วหล่ะนะ ขอให้นายโชคดี” ร่างบางหันมายิ้มพร้อมทั้งอวยพรอีกครั้ง
“ถ้าเกิดว่าเราสอบติดทั้งคู่ .. สัญญาได้มั๊ยว่าเราจะเป็นเพื่อนสนิทกัน” จินเอ่ยคำสัญญาเชิญชวนคนตัวเล็กเข้ามาร่วมพันธะด้วยกัน
“ได้สิ ... ถ้านายติดคนเดียว .. แต่ฉันไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ยินดีที่ได้รู้จักนะ อคานิชิ จิน”
“เช่นกันนะ ... คาเมนาชิ คาซึยะ”
..........
..........
..........
..........
ภายในห้องเรียนที่วุ่นวายไปด้วยความโกลาหล คาเมนาชิ คาซึยะนั่งฟุบหลับลงกับโต๊ะเรียนประจำของตัวเอง รู้สึกกลัดกลุ้มกับเสียงโหวกเหวกของเพื่อนลิงกังในตอนเช้าตรู่ เขาจะหลับลงได้อย่างไร ในเมื่อไอ้พวกนี้มันเอาแต่ส่งเสียงไม่ลืมกำพรืดตัวเอง
เขาพยายามข่มตาหลับ ... 2 ปีที่ผ่านมาหลังจากได้เข้ามาเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายของรัฐบาลแห่งหนึ่ง มีเพื่อนมากมาย แต่สนิทหน่อยก็มีอยู่แค่คนเดียว .. อคานิชิ จินนั่นเอง แหม ... ใครจะเชื่อว่าชื่อคาเมนาชิ คาซึยะจะปรากฏอยู่ในลำดับรองสุดท้ายในใบประกาศผลสอบ
“นี่ .. ตื่น !” มือหนัก ๆ ผลักศีรษะเขาเบา ๆ จนต้องโงหัวขึ้นมา เพื่อนสนิทที่สัญญาไว้เมื่อสองปีก่อนกำลังยืนมองเขาหน้ามุ่ย ... พูดถึงนายนี่ ชื่ออคานิชิ จินติดหราอยู่ลำดับต้น ๆ ... ห่างไกลกับเขาชะมัด
“ไรอ่ะ .. ยังไม่ทันได้หลับเลย” คาซึยะทำตาสะลึมสะลือจนร่างสูงที่มองอยู่ต้องอมยิ้มออกมา
“เมื่อคืนเล่นเกมส์ดึกอีกตามเคยล่ะสิ”
“อืม ...” จินนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ ที่เขานั่งมาตลอด 2 ปี ประคองใบหน้าเล็กให้หันมา เขย่า ๆ เรียกให้ตื่นอย่างจริงจังพร้อมทั้งจัดการปัดป่ายเส้นผมที่ยุ่งเหยิงออกจากใบหน้าให้เข้าที่
“นอนตักหน่อย” คาซึยะไม่พูดเปล่า เขาล้มตัวลงนอนหนุนตักของจินทันทีที่พูดจบ ร่างสูงยังไม่มีโอกาสได้อ้าปากร้องท้วงด้วยซ้ำ
“เกาหลังด้วย” เสียงสั่งที่ติดออดอ้อนทำให้จินต้องยอมเกาหลังให้อย่างไม่สามารถขัดขืนคำสั่งได้
วันแรกที่ได้เจอกัน เขากำลังเดินออกมาจากห้องสองแต่กลับชนเข้ากับใครบางคนที่นั่น คนที่ทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น ... คาซึยะพูดอะไรบางอย่าง พูดว่ามั่นใจ .. มั่นใจว่ายังไงเสียก็สอบไม่ติด ทำให้เขาล่วงรู้ได้ว่า .. เราสองคนคงจะไม่ได้เจอกันอีก
แต่คาซึยะกลับคิดผิด ... ผิดอย่างมากที่มาบอกเขาให้รับรู้
ใครจะรู้ว่าโรงเรียนแห่งนี้ คนที่เป็นผู้ดูแลทุกอย่างก็คือ ฮิเดอากิ ทาคิซาว่า .. หรือคุณอาของเขานั่นเอง พอดีว่าเขาและอาใช้คนละนามสกุลกัน จึงไม่มีใครล่วงรู้ .. และเขาก็ไม่เคยแม้แต่จะบอกใครให้รับรู้ แม้กระทั่งตัวของคาซึยะเอง
คะแนนสอบของนายตัวเล็กนี่ ... พูดได้คำเดียวว่าห่วยแตกมาก แต่ทำยังไงได้ เขารักคน ๆ นี้เข้าให้แล้ว ... ต้องวิ่งพล่านอ้อนคุณอา พร้อมทั้งขอให้ช่วยเพิ่มรายชื่อของคาซึยะเข้าไปอยู่ในใบประกาศผลสอบ ... ขอลำดับท้าย ๆ หน่อยก็ได้ แต่ขอเพียงได้เรียนที่เดียวกันเป็นพอ
เรื่องนี้ ... คาซึยะก็ไม่รู้อีกเช่นกัน
“วันนี้อย่าลืมนัดล่ะ ... คาซึยะ” จินก้มลงเตือนเรื่องนัดกับคนตัวเล็กที่ไม่รู้ว่านอนหลับไปแล้วหรือยัง เขานัดกันไว้ว่าเย็นวันนี้หลังเลิกเรียน .. จะไปนั่งกินไอติมด้วยกัน
“นัดอะไรหรอ ?” เสียงเล็กห้าวงึมงำถามกลับมาอย่างสงสัย ทำให้จินต้องย่นคิ้วอย่างไม่พอใจเมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กลืมที่เรานัดกัน
“ลืมเหรอ ??” เขาถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจเต็มประดา
“ลืมได้ไงเล่า ... อยากกินช็อกโก้ .. จินเลี้ยงนะ” คาซึยะลืมตาขึ้นมาจ้องใบหน้าร่างสูงที่ดูเหวอไปแว่บหนึ่งก่อนที่จะยิ้มกว้างออกมา
“แกล้งฉันหรอ คาซึยะ”
“นอนต่อและ” ร่างบางพลิกตัวหันเข้าหาลำตัวของจินแล้วหลับตาลง ซุกใบหน้าเรียวเข้ากับเสื้อนักเรียนที่มีกลิ่นหอมของจิน ตวัดวงแขนโอบรอบเอวของเพื่อนสนิทเอาไว้
“อาจารย์มาแล้วฉันจะปลุกนะ”
..........
..........
..........
..........
“ขอ ...”
“อะไร ... ขออะไร?” จินถามอย่างไม่เข้าใจ
“เยลลี่สีแดงนั่นน่ะ” คนตัวเล็กตอบอย่างหน้าตายพร้อมทั้งตักไอติมเข้าปากตัวเอง ร่างสูงมองคาซึยะเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะใช้ช้อนตักเยลลี่ส่งไปให้ในถ้วยไอติมของอีกคน .. แค่เยลลี่ เขายอมเสียสละให้คน ๆ นี้ได้อยู่แล้ว
“ขอบใจน๊า” ร่างบางยิ้มตาปิด ก้มลงตักไอติมเข้าปากเหมือนเดิมโดยที่ยังเก็บเยลลี่เอาไว้ข้างถ้วยไม่ยอมกิน
“นายน่ะ ... ไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรอ หน้าตาก็ดี เรียนก็เก่ง ... น่าจะมีสาว ๆ เข้ามาจีบบ้างนะ” จินชะงักเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบดวงตาเรียวที่ดูมีคำถามมากมายแต่ก็ต้องแสร้งยิ้มออกมา
“มีสิ .. เยอะแยะเลย”
“แล้วไม่ถูกใจใครบ้างหรอ” คาซึยะถามต่อไปโดยที่เขาไม่รู้อะไรนัก
“ไม่หล่ะ ... ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
“จริงอ๊ะ ? .. ใครหรอ บอกได้ป่าว” เพื่อนตัวน้อยหยุดสนใจของหวานตรงหน้าไปชั่วขณะ รีบเร่งเร้าขอคำตอบจากเพื่อนตัวโต
“คาซึยะไงล่ะ ..” คาซึยะอึ้ง ... มองหน้าจินอย่างไม่เชื่อ อยู่ ๆ ก็มาบอกว่าคนที่ชอบก็คือตัวเขา ... แต่จินคือเพื่อนของเขานะ จะให้เขาคิดเกินเลยอะไรแบบนั้นได้อย่างไร ??
“แต่จิน ... คือ ... เราเป็นเพื่อนกันนะ” เขาบอกออกไปอย่างยากลำบาก ยิ่งเห็นแววตาของจินที่มองเขาในตอนนี้แล้ว ... ก็ยิ่งทำให้เขาลำบากใจ การปฏิเสธความรู้สึกใครสักคน มันเป็นการทำร้ายเขาคนนั้น .. และที่สำคัญ จินคือเพื่อนของเขา
“บ้าหรอ .. ล้อเล่นน่ะ จริงจังไปได้” ร่างสูงส่งแววตาขี้เล่นพร้อมทั้งหัวเราะออกมา คาซึยะเห็นดังนั้นก็อึ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างเหวอ ๆ ด้วยคน
“ฮ่าๆ ... นึกว่าพูดจริงซะอีก ใจหายหมดเลย” เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่ความเป็นจริงแล้ว เพื่อนเขาแค่ล้อเล่นเฉยๆ
“ทำไม ? ... กลัวการเป็นแฟนกับฉันขนาดนั้นเลยหรอ” เขาแกล้งถามอย่างล้อเลียน หากแต่หัวใจกำลังเกิดรอยร้าว ... แค่ได้เห็นแววตาของคนที่แอบรักอยู่เมื่อครู่ ก็ทำให้รู้ว่าคงไม่มีหวัง
“ก็ .. ป่าวหรอก แค่ตกใจน่ะ .. เป็นเพื่อนกันมาตั้งสองปี อยู่ ๆ ก็มาบอกว่าชอบกัน ... มันตั้งตัวไม่ถูก แหะๆ ..”
“งั้นหรอ .. นั่นสินะ” จินยิ้ม ... ก่อนที่จะก้มหน้าลงสนใจกับของหวานตรงหน้าต่อ
“แล้ว ... ตกลงว่าเค้าคนนั้นเป็นใครหรอ คนที่จินชอบน่ะ ?”
“บอกไปเดี๋ยวนายก็ตกใจอีกหรอก”
“ห๊า ? .. เพื่อนในห้องเราหรือเปล่า”
“มั๊ง ..”
“อ๊า ใครอ่ะ ???”
“รีบกินเถอะ เดี๋ยวละลายหมด” คาซึยะหน้ายู่ลงเล็กน้อย เมื่อจินพยายามบ่ายเบี่ยงมาสนใจไอติมแทนเรื่องที่เขาถาม แต่ในเมื่อเจ้าตัวไม่ต้องการเปิดเผย เขาเองก็ไม่อยากจะเซ้าซี้นัก .. ถ้าจินอยากพูดเมื่อไหร่ เขามั่นใจว่าต้องเป็นคนแรกที่รู้เรื่อง .. เพราะเขาคือเพื่อนสนิทของจินนี่นา
ร่างบางก้มหน้ากินไอติมต่อ ... มองเห็นเยลลี่สีแดงที่จินเป็นคนตักมาให้เขาเมื่อครู่ นึกได้ว่าตัวเขาเองก็ได้กินมันไปแล้ว ... เขาจะคืนเยลลี่สีแดงนี้ให้จินแล้วกัน ... คาซึยะตักเยลลี่ขึ้นมาแล้วยื่นออกไปจ่อที่ริมฝีปากของจิน
“เอ๋ ??” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอย่างแปลกใจ เมื่อครู่ยังร้องขอเอาจากเขาอยู่เลย แล้วนี่จะคืนให้เขาอย่างนั้นเหรอ
“อ้าปากสิ ...” คาซึยะไม่สั่งเปล่า เขายังดันลูกเยลลี่เข้าไปติดชิดกับปากอิ่มของจิน ทำให้เขาจำใจต้องอ้าปากรับเยลลี่เข้าไป
“แล้วคาซึยะไม่กินแล้วหรอ”
“ให้นายดีกว่า ... รีบกินเถอะ จะได้กลับบ้านกัน อ๊ะ ... วันนี้ส่งถึงหน้าประตูใหญ่นะ” จินและคาซึยะมักจะกลับบ้านด้วยกันเสมอ เป็นธรรมเนียมไปแล้วว่าจินจะต้องเดินไปส่งคาซึยะที่บ้าน บางวันอาจจะส่งแค่ปากทาง บางวันต้องเดินเข้าซอยไปส่งหน้าประตูใหญ่ .. แถมบางครั้งยังอ้อนให้ขึ้นไปส่งถึงห้องนอน ... จะให้ส่งตรงไหนก็แล้วแต่อารมณ์ของคาซึยะหล่ะ
..........
..........
..........
..........
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความทุกข์ระทมในขณะที่ริมฝีปากบางเฉียบสีชมพูอ่อนก็บ่นขมุบขมิบ ... บ่งบอกได้ว่าคน ๆ นี้อารมณ์กำลังแย่แค่ไหน กับอีแค่โจทย์คณิตศาสตร์เพียงข้อเดียวที่เหลือเป็นข้อสุดท้าย เขาคำนวณมันไม่ได้เสียที
“โอ๊ย .. หงุดหงิด !”
“ค่อย ๆ ทำสิ ...” เสียงจินห้ามปรามอยู่ข้าง ๆ
“โห .. พูดได้นี่ อัจฉริยะ! ... แค่มองก็ทำได้ไม่ต้องจับปากกาแล้วมั๊ง” ร่างบางหันมามองค้อนจินที่นั่งตากอากาศอยู่ใต้อาคารเรียนอย่างสบายใจในขณะที่เขาที่นั่งตีโจทย์ไม่แตกเสียที
“ทำต่อไป ... ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ต้องกลับบ้าน”
“หึ .. ดูสิ ฉันโง่ขนาดนี้สอบติดได้ไงก็ไม่รู้” เสียงงึมงำบ่นอย่างน้อยใจในความฟลุ๊คที่ดันสอบเข้าที่นี่ได้ทั้งที่ความหวังของเขามันเริ่มจากเลขที่ติดลบแท้ ๆ
“อย่าพูดว่าตัวเองโง่สิคาซึยะ .. ตั้งใจทำ มีสมาธิกว่านี้ ..” ใบหน้าคมชะโงกเข้ามาดูสมุดการบ้านก็พบแต่ความว่างเปล่า มีแต่ตัวหนังสือของโจทย์เพียงข้อเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้เขามองเห็นมันในกระดาษสีขาวนี้ได้
“มันไม่ได้จริง ๆ นี่” คาซึยะเริ่มงอแง วางดินสอลงอย่างโมโห นี่ก็ใกล้หกโมงเย็นเต็มที ถ้าทำไม่เสร็จจินก็จะไม่ไปส่งที่บ้าน ... ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาก็โตจนป่านนี้ เดินกลับบ้านคนเดียวได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ลึก ๆ แล้วอยากทำการบ้านวิชาคณิตที่ตนเกลียดนักหนาให้เสร็จโดยไวเพียงเพื่อให้จินเดินไปส่งเขาที่บ้าน ... ก็เท่านั้นเอง
“ไม่รีบทำเดี๋ยวไม่เสร็จน๊า .. จะมืดแล้วด้วย” จินพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่ง้องอนและร่าเริงให้ร่างบางได้มีกำลังใจเริ่มต้นกับโจทย์อีกครั้ง ... แต่ก็ยังเห็นว่าคาซึยะนั่งนิ่งจ้องสมุดไม่ขยับ สงสัยคงไม่ไหวแล้วจริง ๆ ล่ะมั๊งนั่น ... เขาเองก็ไม่น่าปล่อยให้คาซึยะหงุดหงิดเลยนี่นา
“งั้นก็ ... อีกข้อนึงเอาไปทำที่บ้านนายแล้วกัน .. ฉันยกให้” ร่างสูงลุกขึ้นเก็บของทุกอย่างลงกระเป๋าให้คาซึยะที่ยังนั่งนิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างคนอารมณ์ไม่ดี
“คาซึยะ ... กลับบ้านได้แล้ว ... มาเถอะน่า” เมื่อเห็นว่าร่างบางยังนั่งนิ่ง เขาจึงฉุดแขนเล็กให้ลุกขึ้นแล้วเดินจูงมือกันออกไป
..........
..........
..........
..........
ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังเดินเข้าประตูรั้วโรงเรียนมา เห็นชายร่างหนาผิวขาวจัดผมสีทองสว่างเดินออกมาจากห้องผู้อำนวยการ เขาจึงต้องก้มศีรษะเคารพเหมือนเช่นนักเรียกคนอื่นทั่ว ๆ ไป ถึงแม้ว่าคนนี้จะเป็นอาของเขาก็เถอะ
จินยิ้มน้อย ๆ ให้ทักกี้ที่ขยิบตาให้แล้วต่างคนก็ต่างเดินผ่านกันไป จินเดินผ่านล๊อคเกอร์ด้านล่างตรงไปยังห้องเรียนซึ่งคาดว่ายังไงเสีย ... คาซึยะก็ต้องมาถึงก่อน แต่ยังไม่ทันได้เดินผ่านตู้ล๊อคเกอร์ที่ตั้งเรียงเป็นแถว ก็มีเด็กผู้หญิงปี 1 มาขวางทางเข้า
“อคานิชิคุง” เธอเรียกด้วยเสียงแผ่วเบาพร้อมทั้งเอาตัวมาขวางทางไว้
“ครับ ??”
“คือ ... นี่ค่ะ” เธอยื่นซองจดหมายสีชมพูหวานแหววให้พลางก้มหน้าก้มตา พวงแก้มของเธอถูกแต้มด้วยสีชมพูเหมือนซองจดหมายด้วยความขลาดเขิน
“เอ๋ ? ... ให้ผมหรอครับ” จินถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจพร้อมทั้งชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ยังคงจดจ้องซองจดหมายที่ยื่นค้างไว้
“ค่ะ ... ช่วยรับไว้ได้มั๊ยคะ” เด็กสาวกล่าวต่อด้วยความประหม่า ไม่ลดละที่จะส่งจดหมายที่ยื่นคว้างอยู่กลางอากาศ ขอเพียงให้ชายผู้นี้รับมันไปเสียที เธอจะได้รีบหลบหนีเพราะอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหว มือไม้สั่นไปหมดแล้ว
จินรู้สึกเกรงใจกับเธอผู้นี้เสียจนเขาต้องค่อย ๆ ยื่นมือออกไป อย่างน้อยรับ ๆ ไปซะ เขาจะได้ไปหาคาซึยะเสียที แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วมือจะได้สัมผัสกับซองจดหมายก็มีมือเล็กขาว ๆ มาคว้ามันออกไปเสียก่อน
“อะไรเนี่ยะ ... จดหมายทวงหนี้หรือเปล่า” คาซึยะที่แย่งมา ค่อย ๆ เอาปลายนิ้วแงะรอยกาวมันเปิดออก
“คาซึยะ” จินเรียกอย่างไม่พอใจกับการกระทำนัก ผู้หญิงคนนี้อุตส่าห์รวบรวมความกล้าตัดสินใจมายื่นจดหมายให้เขาทั้งที่ตัวสั่นเทาขนาดนี้ แต่เพื่อนเขากลับทำลายความเชื่อมั่นของเธอเสียจนหมดสิ้น
“เอ๊ะ .. จดหมายสารภาพรักหรอ” ร่างบางทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงเรียก เขากางจดหมายออกแล้วอ่านอย่างตั้งใจ เด็กสาวปี 1 ยืนน้ำตาคลอก่อนที่จะวิ่งหนีไป
“พอได้แล้ว !” ร่างสูงดึงจดหมายนั่นออกมาจากมือบางแล้วพับเก็บลงกระเป๋าเสื้อนักเรียนทันทีด้วยความไม่พอใจ สีหน้าไร้เดียงสาเมื่อครู่ของคาซึยะเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมทันทีที่เด็กผู้หญิงคนนั้นวิ่งหายไป
“ชอบยัยเด็กนั่นเหรอ !! ไหนว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วไง”
“แต่นายก็ไม่ควรทำแบบนี้นะคาซึยะ !!!!!”
“ทำไม ! แค่นี้มันผิดใช่มั๊ย ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน” คาซึยะตวาดใส่หน้าเพื่อนสนิทกลับไปด้วยความโมโหก่อนที่จะเดินหันหลังจากไป
“เดี๋ยว .. คาซึยะ !!” จินที่รั้งด้วยเสียงตะโกนทำให้คาซึยะต้องวิ่งออกไปให้เร็วที่สุด
อยากจะร้องไห้จริง ๆ ... ทำไมเรื่องแค่นี้จินต้องตวาดใส่เขาด้วยนะ เขาไม่ใช่คนสำคัญอีกต่อไปแล้วหรือไงกัน แค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มาสารภาพรัก ... เขากลับกลายเป็นตัวปัญหาไปแล้วอย่างนั้นหรอ
รู้สึกปวดใจยังไงไม่รู้ ... ที่จินเห็นการสารภาพรักและจดหมายสีชมพูนั่นดีกว่าเขา ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ ... เขาควรจะยินดีกับเพื่อนไม่ใช่หรอ เขาต้องดีใจด้วย ที่เพื่อนสนิทจะมีความรัก ... มันต้องเป็นแบบนี้สิ ถึงจะถูก ..
ทำไมต้องใจหาย เพียงแค่คิดว่าวันข้างหน้า จินจะต้องมีคนรัก ทั้งที่เรื่องเหล่านี้ เพื่อนสนิทอย่างเขาควรจะเห็นดีเห็นงามแล้วนั่งยินดีกับความรักของเพื่อน ... แต่ทำไมต้องไม่พอใจ
..........
..........
..........
..........
Tlu .. lu .. lu
เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้นอยู่ในห้องรับแขกที่ติดกับห้องครัวด้านล่าง ทำให้คาซึยะที่กำลังดื่มน้ำอยู่ต้องรีบวิ่งออกจากห้องครัวแล้วรับโทรศัพท์อย่างว่องไว
“สวัสดีฮะ”
“คาซึยะ ..”
“จินเหรอ ??” ร่างบางกรอกเสียงถามกลับไปทั้งที่แน่ใจอยู่แล้วว่าเสียงที่เรียกชื่อเขาเมื่อครู่เป็นเสียงของเพื่อนสนิท ... โทรมาดึกดื่นแบบนี้ คงจะง้อเขาอีกตามเคย
“อืม .. นายยังโกรธฉันอยู่หรือเปล่า” จินถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา เขาร้อนใจมาทั้งวันแล้ว เพราะตลอดคาบเรียนของวันนี้ เขาทั้งสองคนแทบจะไม่ค่อยได้สนทนากันเลย
“คือ .. ฉันขอโทษนะที่วันนี้ตวาดใส่นาย ขอร้องหล่ะ .. นายอย่าเงียบแบบนี้ได้มั๊ย” เสียงในโทรศัพท์เหมือนกำลังอ่อนล้าและร้องขอด้วยความท้อแท้ คาซึยะเพียงแต่ยืนนิ่งฟังด้วยท่าทีที่เฉยเมย แต่ก็ไม่เคยทำใจแข็งให้จินง้อเป็นรอบที่สองได้สักที
“ไม่ได้โกรธ แต่ไม่ชอบให้ตวาดใส่” ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้ถือว่าโกรธจินเสียทีเดียว แต่ในการที่เขาโดนตวาดเพียงเพราะเปิดอ่านจดหมายจากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งยื่นให้จินนั้น .. มันน่าน้อยใจที่สุด
“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ขอโทษด้วยแล้วกันที่ฉันทำตัวงี่เง่าใส่ .. ทั้งที่เป็นเพื่อนกันแท้ ๆ ไม่ใช่เจ้าของนายซะหน่อยเนอะ .. เอาหล่ะ ง่วงนอน !! .. พรุ่งนี้ห้ามมาสายอีกนะ บ๊ายบาย”
ยังไม่ทันที่จินจะได้ตอบโต้คำใด สัญญาณเสียงวางสายก็ดังขึ้นเด่นชัดว่าคาซึยะนั้นวางไปแล้ว คำพูดที่ได้ยินจากปากคาซึยะเมื่อครู่ทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มันหมายความว่ายังไงกันนะคาซึยะ ที่นายพูดตัดพ้อออกมาให้ได้รับรู้ บอกได้มั๊ย .. ว่าคิดอะไรอยู่ มันจะเหมือนกันหรือเปล่านะ
..........
..........
..........
..........
“ตกลงว่านายตอบเค้าไปยัง ?” คาซึยะเอนตัวเข้ามาถามเพื่อนตัวโตข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงระแวดระวังตามความอยากรู้ที่เกิดขึ้นได้ทุกสถานการณ์แม้แต่ในคาบเรียนที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
“เดี๋ยวค่อยคุย” ร่างสูงเพียงแค่ขยับริมฝีปากตอบโต้กลับมาเบา ๆ แต่แววตาคมยังจ้องมองไปยังอาจารย์ผู้สอนที่กำลังเขียนสูตรเคมีอยู่บนกระดานอย่างตั้งใจ
“โธ่ ... เกเรียนแค่ 1 นาทีไม่ได้หรือไงนะ” เสียงเล็กห้าวกระฟัดกระเฟียดถากถางคนที่เอาแต่ตั้งใจเรียนอย่างไม่พอใจเล็กน้อย ลุ้นนะเนี่ยะ ... ว่าเพื่อนเขาตอบตกลงกับยัยเด็กนั่นหรือเปล่า
“รออีก 5 นาทีไม่ได้หรือไงนะ” ใบหน้าคาซึยะตวัดขวับกลับมามองร่างสูง ... ฮึ่ยๆ ยอกย้อนเขาเหรอ เดี๋ยวเหอะ ... ว่าแล้วก็หันหน้ากลับไปมองหน้ากระดาน ตาหาตั้งใจเรียนไม่ ... ที่หันไปมองนั้นก็เพราะว่านาฬิกาทรงกลมเรือนโตมันแขวนติดกำแพงอยู่เหนือกระดานต่างหาก
อีกตั้ง 5 นาที .. เฮ้อ ช่วยหมดเวลาเร็ว ๆ ทีเถอะ
กระดาษแผ่นใหญ่ขนาดเท่าสมุดถูกฉีกออกมาเพียงเพื่อเอาไว้วาดรูปเล่นเกมส์และขีดเขียนคำสาปแช่งต่าง ๆ นานนารอให้เวลา 5 นาทีที่เหลือกับการตั้งใจเรียนของเด็กอัจฉริยะผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่าย ไอสูตรเคมีบนกระดานมันน่ารักตรงไหนนะ จินถึงได้เอาแต่ต้องมันตาเขม็ง .. เขาสิ น่ารักกว่าตั้งเยอะ เฮ้อ ...
“ออด !!!” เสียงสัญญาณบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้นทันทีที่เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาตรงเผง ศีรษะเล็กที่ฟุบอยู่กับโต๊ะเรียนเนื่องจากทนพิษเคมีไม่ไหวก็รีบผุดเด้งขึ้นมาทันทีหลังจากได้ยินเสียงออดราวกับเป็นสัญญาณเปิดประตูสวรรค์
“เย้ !!” ตะโกนออกมาดังลั่นเมื่อเห็นแผ่นหลังอวบ ๆ ของอาจารย์หัวโล้นที่สอนเคมีเดินออกไปจากห้องเรียน
“นี่ ตกลงว่าตอบเค้าไปยัง ??” คาซึยะหันมาถามจินเมื่อทุกอย่างถูกอนุญาตให้เกเรียนได้อย่างตื่นเต้น
“นายนี่ยังไงนะ .. จะให้ตอบเค้าไปได้ไง ก็ฉันเคยบอกไม่ใช่หรอว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้ว” จินหันกลับมาตอบอย่างดูแคลนที่เพื่อนเขาลืมอะไรไปอย่างไม่น่าให้อภัย
“เออเนอะ ... ลืมไปเลย แล้วนายไม่ไปสารภาพรักกับคนที่นายชอบดูล่ะ” เขาแกล้งถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดูร่าเริงถึงแม้จะติดขัดอยู่ในใจ แต่เขาเป็นเพื่อนจิน ต้องทำหน้าที่เพื่อนให้ดีที่สุด ต้องสนับสนุนความรักของเพื่อนถึงจะถูกต้อง
“เคยพูดไปแล้วครั้งนึง”
“แล้วเป็นไง ...” มือขาวทั้งสองข้างถูกบังคับขึ้นมาประกบกันที่ข้างแก้มอย่างใจเต้นรัว จินเพียงแค่หัวเราะเฝื่อน ๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเล็กดูจะตื่นเต้นเกินเหตุ
“เค้าคนนั้นก็ตกใจน่ะสิ .. ถามทำไม จะเป็นพ่อสื่อให้ฉันหรอไง”
“บ้า ใครเค้าบอกกันว่าจะเป็นให้ ..” คาซึยะย่นจมูกใส่ เอ๋ ?? ... แต่เขายังไม่รู้เลยนี่นาว่าเพื่อนแอบชอบใครอยู่
“จิน .. ตกลงว่าเค้าคนนั้นเป็นใครหรอ ??”
“ไม่บอก”
“โธ่ .. ฉันเป็นเพื่อนสนิทของนายน๊า !!” ร่างบางเร่งเร้าพร้อมทั้งหยิบยกตำแหน่งกิตติมศักดิ์มาเป็นข้ออ้าง
“ถ้าอยากรู้ก็สนิทให้มากกว่านี้สิ” เสียงเข้ม ๆ นั่นที่ตอบกลับมาทำเอาคนข้าง ๆ ถึงกับนิ่งงันไป สีหน้าบ่งบอกถึงความไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่ง
“แล้ว ... ทุกวันนี้ยังสนิทไม่พออีกหรอ ?” ร่างบางย่นคิ้วถาม จินเพียงหัวเราะคืนให้เป็นคำตอบ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร ก้มลงเก็บสมุดลงกระเป๋าอย่างเอื่อยเฉื่อย
คาซึยะหันใบหน้ากลับมามองโต๊ะที่มีเศษกระดาษที่เขาหยิบขึ้นมาเขียนเล่นอย่างไร้วาจา จินชอบใครน๊า คนในห้องเราเสียด้วย อ๊ะ ใช่แล้ว ??? ร่างบางยืดคอมองไปรอบ ๆ ห้องเรียน สำรวจว่าเพื่อนสาวคนไหนกันที่หน้าตาสวยสุดกู่ที่สุดในห้อง
“เป็นไร ??” จินเห็นเต่าที่ยืดคอยาวมองล่อกแล่กไปทั่วห้องก็อดแปลกใจไม่ได้
“มองหาคนที่นายชอบน่ะสิ เผื่อชั้นจะเดาถูก” จินอดขำกับคำตอบไม่ได้ ทำไมเพื่อนตัวเล็กของเขาถึงได้อยากรู้อย่างนั้นนะ ดูสิ ขนาดขำให้ได้ยินแล้วก็ยังไม่หยุดมองเลย
เจอหรือยังคาซึยะ ?? มองเห็นคนที่ชั้นชอบบ้างหรือเปล่า ??? ถ้าไม่สามารถเจาะจงใครได้ ก็ลองมองกลับมาที่ตัวเองเสียบ้างนะ เผื่อนายอาจจะเข้าใจและรู้คำตอบที่ชัดเจน
“ว๊า ในห้องเรามีแต่คนหน้าตาดี ๆ ทั้งนั้นเลย เลือกยากจังแฮะ” เรียวตาหวานหยีเนื่องจากรอยยิ้ม ยอมหดคอกลับมาแล้วมองหน้าจิน
“มองเข้าไปเถอะ สักวันคงเจอ” พอได้ยินคำพูดจากร่างสูง คาซึยะก็หุบยิ้มแล้วทำหน้างอนใส่ทันที หันมาเก็บเศษขยะลงกระเป๋าตัวเองบ้าง
“ไปห้องสมุดกันเถอะ ต้องทำรายงานกลุ่มอีก” ร่างสูงเอ่ยชวนพร้อมกับลุกขึ้นยืนรออย่างมาดมั่น
“เอ๋ ?? รายงานไรหว่า ??” นั่นสิ รายงานไรอ่ะไม่เห็นรู้เรื่องเลย กี่คาบต่อกี่คาบก็เอาแต่นั่งชมนกชมไม้ หลับน้ำลายยืดเป็นระยะ ๆ
“ประวัติศาสตร์ไงเล่า ไปเร็ว” จินไม่พูดพร่ำให้เสียเวลา ฉุดแขนเรียวเล็กให้ลุกขึ้นเดินตามไปทั้งที่ยังงง ๆ กับสถานการณ์ที่เป็นไป
.
.
.
.
บรรยากาศอันเงียบเชียบภายในห้องที่จำเป็นต้องสงบปากสงบคำเพื่อให้เสียงลอดช่องปากออกมาให้น้อยที่สุดทำเอาใครคนหนึ่งที่นั่งมองหนังสือตาปรือมาอยู่นานต้องค่อย ๆ ก้มโค้งลำตัวเอนลงไปบนกระดาษหนังสือ
“นี่ .. ให้มาช่วยหางานนะ ไม่ใช่มาหลับ” จินรีบสะกิดคนที่นั่งโงนเงนพร้อมทั้งเตือนสติด้วยเสียงที่เบาที่สุด คาซึยะเงยหน้าขึ้นจากหนังสืออย่างฝืนสติ เอนหลังพิงชั้นหนังสืออย่างอ่อนฮวบฮาบ คนง่วงนอนอะไร ๆ มันก็ดูไร้น้ำหนักไปหมดเลย
“ง่วงอ่ะ ตัวหนังสือมันลายตาไปหมดเลย” ร่างบางพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม บัดนี้ดวงตาปิดสนิทแล้วเรียบร้อย ฝันดีนะจินเพื่อนยาก หางานเสร็จแล้วกรุณาปลุก ตอนนี้ไม่ไหวๆ ขอนอนก่อนหล่ะ
“ง่วงก็มานอนตรงนี้มา เดี๋ยวก็เอียงหัวฟาดพื้นจนได้” จินขยับเล็กน้อยก่อนที่จะประคองไหล่บาง บังคับให้ศีรษะเอนซบลงบนบ่าของเขา คาซึยะไม่ได้ขัดขืนถึงแม้จะรู้ตัวว่าถูกบังคับให้นอนที่ไหน กลับรู้สึกชื่นชอบเสียมากกว่า ...
เคยสักครั้งมั๊ยนะ ที่ได้วางศีรษะลงบนไหล่ลาดของคนนี้ ....
รู้สึกดีเสียยิ่งกว่าเมื่อมีแขนใหญ่โอบประคองไว้ไม่ลดหย่อน ฝืนเปลือกตาขึ้นมองก็พบว่าจินกลับไปสนใจหนังสือเล่มโตบนโต๊ะอีกครั้งโดยที่มีเขาเป็นตัวถ่วงที่นอนทับไปกว่าครึ่งตัว มีหัวหนัก ๆ เกยอยู่บนบ่า แถมทำตัวไร้น้ำหนักเพื่อให้แขนใหญ่โอบประคองไว้ตลอดเวลา
ลมหายใจสม่ำเสมอที่แถว ๆ หน้าอกทำให้จินก้มลงมองก็พบว่าเพื่อนสนิทของเขานั้นหลับสนิทสมกับความเป็นเพื่อน เขาเลิกสนใจหนังสือประวัติศาสตร์ไปชั่วขณะ ยกมือขึ้นเกลี่ยผิวบางที่แก้มใสอย่างต้องการ นานเท่าไหร่แล้วที่เขาหวังจะสัมผัสด้วยความรู้สึกแบบนี้
ปัดปอยผมเส้นเล็กที่ตกลงมาปรกหน้าจนรู้สึกรุงรังแทน หมดม่านบังตาก็ทำให้เห็นความเนียนใสของผิวขาวอย่างชัดเจน ไม่ปฎิเสธเลยว่าเขาหลงใหลใบหน้าที่อ่อนหวานแบบนี้ตั้งแต่แรกพบ จนผ่านมาถึงสองปีกลับยากที่จะถอนตัว เพราะอาการหลงใหลของเขาคงฝังรากลึกเสียแล้ว
ความสัมพันธ์ของเราสองคนเริ่มต้นด้วยความว่าเพื่อน ... เริ่มต้นด้วยเส้นทางเดียวกันที่เราต้องฝ่าฟันแล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงปลายทาง เส้นทางที่เขาอ้อนวอนต่อพระเจ้าเพื่อให้ได้คน ๆ นี้มาร่วมเดินเคียงข้างไปด้วยกัน
จินกับคาซึยะเป็นแฟนกันหรือเปล่า ???
คำถามนี้เขาทั้งคู่ประสบปัญหากับมันในช่วงแรกที่ภาคเรียนได้เริ่มต้น ความสนิทของเราทั้งคู่ก็อาจทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดไปบ้าง แต่จินชักจะแปลกใจในช่วงเวลานั้นว่า ...
เพื่อนสนิทที่คบกันเป็นคู่ ใช่ว่าจะมีแต่เราสองคน แล้วคู่อื่น ๆ ในห้องทำไมไม่ถูกเพ่งเล็งแล้วโดนจับผิดเหมือนคู่ของเราบ้างนะ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ เขาจึงได้หาข้อเปรียบเทียบว่าการกระทำของเขาและคาซึยะแตกต่างจากคู่ของเพื่อนสนิทคนอื่นตรงไหน
ตื่นเช้ามารอที่หน้าโรงเรียน กลับบ้านไปส่งถึงที่แทบทุกวัน ออกรับผิดแทนทุกครั้ง เป็นห่วงเสียจนไม่อยากให้ทำอะไรหรือไปไหนคน